บทความทั้งหมด

ปรับปรุงล่าสุด 16/10/2562
มูลนิธิ  ​​ “อภัยภูเบศร” สะพานแห่งภูมิปัญญา สร้างคุณค่ายาไทย

มูลนิธิ ​​ “อภัยภูเบศร” สะพานแห่งภูมิปัญญา สร้างคุณค่ายาไทย

  •  5 พฤศจิกายน 2560

โรงพยาบาลน่าอยู่ น่าท่องเที่ยว
บริการสุขภาพแบบผสมผสานที่เป็นเลิศ และเป็นผู้นำด้านการแพทย์แผนไทยในอาเซียน

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นโรงพยาบาลที่มีการดำเนินงานด้านการพัฒนาสมุนไพรมาอย่างต่อเนื่องยาวนานด้วยความมุ่งหวังที่จะทำให้ภูมิปัญญาในการใช้สมุนไพรของประเทศไทยได้รับการสืบสานโดยทำหน้าที่เป็นสะพานที่ทอดเชื่อมระหว่างความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมกับคนสมัยใหม่ทำให้สมุนไพรที่เคยรุ่งเรืองในอดีตสามารถกลับมามีบทบาทอีกครั้ง ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่การศึกษาวิจัยทาง วิทยาศาสตร์ 

การเดินทางของภูมิปัญญาอภัยภูเบศร เริ่มมาตั้งแต่ปี 2526โดยผู้บุเบิก ริเริ่มพัฒนาสมุนไพรอภัยภูเบศร คือเภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ซึ่งเป็นผู้ที่สนใจการใช้สมุนไพร ได้เริ่มต้นเรียนรู้ภูมิปัญญาเดิน สำรวจป่าและเก็บรวบรวมข้อมูลที่สั่งสม มาหลายชั่วอายุคน จากหมอ ยาพื้นบ้าน และได้วางแนวทางพัฒนา “จากใบไม้ให้กลายเป็นยา ” นับเป็นการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

 


มาตรฐานวัตถุดิบสมุนไพร ไร้สารเคมี

ท่านทราบหรือไม่ว่าสมุนไพรอภัยภูเบศร ผลิตจากวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์?
 

วัตถุดิบพืชสมุนไพรของอภัยภูเบศรได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์จากสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Movement; IFOAM) และได้ให้คำนิยามของเกษตรอินทรีย์ไว้ว่า"ระบบการเกษตรที่ผลิตอาหารและเส้นใย ด้วยความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจโดยเน้นที่การปรับปรุงบำรุงดิน การเคารพต่อศักยภาพทางธรรมชาติของพืช สัตว์และนิเวศน์การเกษตร

เกษตรอินทรีย์จึงลดการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอก และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี สังเคราะห์ เช่น ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืชและ เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามประยุกต์ใช้ธรรมชาติ ในการเพิ่มผลผลิตและพัฒนาความต้านทานต่อโรคของพืชและสัตว์เลี้ยง หลักการเกษตรอินทรีย์นี้เป็นหลักการสากล ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขทาง เศรษฐกิจ – สังคม ภูมิศาสตร์ สภาพอากาศและวัฒนธรรมของท้องถิ่น ด้วยหลักการปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์

การอนุรักษ์ธรรมชาติ (ดิน ป่า น้ำ) ด้วยการไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ไม่ใช้ยา ฆ่าหญ้าและไม่ใช้ปุ๋ยเคมีในกระบวนการเพาะปลูก
ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของดิน เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก
พึ่งพากลไกธรรมชาติ เช่น การปลูกพืชตระกูลถั่วแทนการใช้ปุ๋ยเคมี
ป้องกันมลพิษ ได้แก่ การไม่สร้างมลพิษในพื้นที่เพาะปลูกของตนเองและ ป้องกันมลพิษจากแปลงข้างเคียง เช่น การปลูกพืชแนวกันชน เพื่อป้องกัน ไม่ให้ยาฆ่าจากแปลงข้างเคียงปลิวมายังบริเวณแปลงเกษตรอินทรีย์
การพึ่งพาตนเอง ส่งเสริมให้เกษตรกรพึ่งพิงปัจจัยการผลิตของตนเอง ไม่เน้นการซื้อหา เช่น การทำปุ๋ยคอกไว้ใช้เอง

วัตถุดิบสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ของอภัยภูเบศรมีการดำเนินการอย่างไร?

มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ส่งเสริมการปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่ปี 2541 โดยมีเกษตกรผู้ปลูก “กลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง” จังหวัดปราจีนบุรีเป็นเกษตรกรกลุ่มแรกที่ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ซึ่งสมาชิกทุกคนจะต้องทำข้อตกลงเข้าร่วมโครงการสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ เป็นลายลักษณ์อักษร ยอมรับการปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และยินยอมให้มีการตรวจพื้นที่ทำเกษตรทุกแปลง เพื่อให้สามารถรับรองกระบวนการผลิตและการจัดการในการแปรรูปวัตถุดิบว่าเป็นไปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ คือไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชและโรคพืช และมีระบบการผลิตที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดให้เกษตรกรต้องมีมาตรการในการป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมี ตั้งแต่การทำแนวกันชนในบริเวณที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนทั้งทางน้ำและอากาศ การนำเข้าปัจจัยการผลิต การปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยว

ทั้งหมดนี้เกษตรกรจะต้องจดบันทึกข้อมูลในเอกสาร ประกอบการผลิต ได้แก่ บันทึกปัจจัยการผลิต เอกสารบันทึกการแปรรูป บัญชีซื้อขายวัตถุดิบ เพื่อให้สามารถทำการตรวจสอบย้อนกลับได้ โดย มกท.จะส่งผู้ตรวจมาทำการตรวจปีละครั้ง เพื่อตรวจเยี่ยมสถานที่ประกอบการ และสุ่มตรวจฟาร์มของสมาชิกของโครงการจำนวนหนึ่ง และตรวจประเมินการทำงานของระบบควบคุมภายของโครงการ นอกจากนี้ภายในกลุ่มเองได้ตั้งกติกาภายในเกี่ยวกับการละเมิดมาตรฐานไว้ หากสมาชิกคนใดทำการละเมิดในครั้งแรกจะถูกตักเตือน หากมีการละเมิดอีกเป็นครั้งที่สอง จะต้องพ้นจากความเป็นสมาชิกของกลุ่ม  แต่ที่ผ่านมามีเพียงการตักเตือน เนื่องจากเป็นการทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ

ระบบควบคุมภายใน

มูลนิธิฯ จะจัดเจ้าหน้าที่เกษตรอินทรีย์จำนวน 2 คน เพื่อกำกับดูแลงานด้านผลิตวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ โดยทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาการผลิต วางแผนประมาณการผลผลิตให้สอดคล้อมกับความต้องการของมูลนิธิฯ และยังทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจฟาร์มของระบบควบคุมภายใน ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามเงื่อนไขของการขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์กับ มกท. ในส่วนนี้ได้มีการจัดทำมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภายใน โดยใช้มาตรฐานของ มกท. เป็นกรอบอ้างอิง แต่นำมาสรุปย่อให้ง่ายต่อความเข้าใจและการปฏิบัติ พร้อมกับเพิ่มเติมข้อกำหนดเฉพาะบางประการเข้าไป เช่น เกษตรกรที่ขอสมัครเข้าโครงการฯ จะต้องนำตัวอย่างดินและน้ำมาให้มูลนิธิฯตรวจสอบก่อน กำหนดให้สมาชิกทำการเก็บเกี่ยวสมุนไพรแต่ละชนิดตามอายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม มีบทลงโทษในกรณีที่มีการละเมิดมาตรฐาน เช่น หยุดรับซื้อผลผลิตเป็นการชั่วคราว เป็นต้น ทุกปีจะมีการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์แก่สมาชิกทุกปี เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน จะไปตรวจเยี่ยมฟาร์มของสมาชิกทุกราย ตลอดจนสถานที่แปรรูปวัตถุดิบปีละ 3 ครั้ง แล้วนำเสนอข้อมูลให้คณะกรรมการรับรองของโครงการฯ พิจารณาอนุมัติ นอกจากนี้มีการเก็บตัวอย่างดินและน้ำจากฟาร์มของเกษตรกรไปตรวจการตกค้างของโลหะหนัก และสารพิษทางการเกษตรปีละ 1 ครั้ง

การพัฒนาและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิตวัตถุดิบสมุนไพร

มูลนิธิฯ ได้พัฒนาหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิตวัตถุดิบสมุนไพร โดยทำการฝึกอบรมและจัดทำคู่มือแนะนำและข้อปฏิบัติตั้งแต่การปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยว การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งกลุ่มได้ร่วมมือกันและดูแลให้สมาชิกปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีทั้งคุณภาพในด้านสารสำคัญที่เป็นตัวยา และมีความปลอดภัยจากการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรค